![]() |
||||||||||||||
“เท่าที่ผมพอจะจำความได้ ผมชอบปั้นดินมาตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียน” ผมเป็นคนสวนครับ อยู่ที่เดิมที่เดียวมาตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน ด้วยความที่อยู่ในสวนทำให้ชีวิตในวัยเด็กทั้งวันจะอยู่กับดินโคลน ก็หยิบมันมาปั้นนู่นปั้นนี่ไปเรื่อยเปื่อย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกสัตว์ต่างๆ นะแหล่ะตามอย่างที่พ่อปั้นให้ดู หรือไม่ก็ปั้นเครื่องบิน เพราะตอนเด็กๆ ผมชอบเครื่องบินมาก ชอบหยิบเอาหนังสือสงครามของลุงเอามาดูรูปเครื่องบินเป็นประจำ อีกเรื่องที่ผมชอบไม่แพ้การปั้นก็คือวาดรูป พ่อช่วยปลูกฝังให้ผมรักศิลปะการวาดรูป ด้วยการหาซื้อสมุด ดินสอ สีเมจิกมาให้ แล้วก็วาดเป็นแบบให้ผมวาดตาม รูปที่พ่อวาดให้ผมดูเป็นประจำคือ รูปปลาวาฬพ่นน้ำ กับรูปวิวทิวทัศน์ ภูเขา ทะเล ต้นไม้ประมาณนั้น พ่อบอกว่าถ้าผมเข้าโรงเรียนแล้วคุณครูก็จะให้ผมวาดรูปประมาณนี้แหละ ผมก็วาดมันทุกวันเลยครับ สมุดทุกหน้าจะเต็มไปด้วยภาพปลาวาฬกับภาพทิวทัศน์ จนกระทั่งผมเข้าเรียนชั้นประถมที่นี่ผมมีเพื่อนที่ชอบวาดรูปหลายคนเลยครับ พอถึงวิชาศิลปะทีไรก็วาดรูปเอามาอวดกัน ดูว่าใครสวยกว่ากัน ตอนพักกลางวันก็ชอบนั่งวาดรูปเล่นอยู่ในห้อง ตอนนี้จากรูปปลาวาฬพ่นน้ำก็เปลี่ยนเป็น ดราก้อนบอล กับเซนต์เซย่า เพราะช่วงนั้นการ์ตูน 2 เรื่องนี้ดังมากๆ จนคุณครูสอนวิชาศิลปะเห็นแววเลยพาผมไปฝึกวาดรูประบายสีตอนเย็นหลังเลิกเรียน พอฝีมือเริ่มใช้ได้คุณครูจึงพาผมไปแข่งขันวาดรูปตามงานต่างๆ ตั้งแต่ ป.2 ถึง ป.6 ผมไปแข่งขันมามากมาย ได้ประกาศนียบัตรมาก็เยอะ ช่วงชีวิตในชั้นประถมนี้ผมวาดรูปจนลืมการปั้นไปเลย มีครั้งนึงประมาณ ป.3 หรือ ป.4 ผมดูรายการแผ่นฟิล์มวันศุกร์ทางช่อง 9 วันนั้นเอาเรื่อง “แมดแม็กซ์” มาฉายผมดูแล้วชอบมากถึงขนาดเอามาวาดการ์ตูนเป็นเรื่องเป็นราวลงในสมุดแจกของกทม. วาดวันละนิดละหน่อย จนจบเรื่องใช้เวลาหลายเดือน พ่อกับแม่ก็เห็นว่าผมชอบก็ปล่อยให้ทำไปเพราะไม่กระทบผลการเรียน ผมภูมิใจกับงานชิ้นนี้มาก ผมเก็บสมุดเล่มนี้ไว้ในกองหนังสือ รุ่งเช้ามาปรากฏว่าแม่ผมเอาไปทิ้งคลองแล้ว เพราะผมเอาไปวางไว้ในลังที่แม่จะขนหนังสือเก่าไปทิ้งพอดี โธ่ถัง! ผมงานชิ้นโบว์แดงของผม ถ้ามันยังอยู่ถึงปัจจุบันคงจะมีค่ามากสำหรับผม..
พอขึ้นชั้นมัธยมผมได้เลือกเรียนในสาขาวิชา จิตรกรรม-ออกแบบ เพื่อนในห้องก็มีวาดรูปเก่งๆกันหลายคน ผมมีเพื่อนที่สนิทอยู่หลายคนในกลุ่ม ต่างก็รักการวาดรูป วาดการ์ตูนกันทั้งนั้น ตั้งแต่นั้นมาผมจะขุดดินในสวนเอาขึ้นมาปั้นทุกวันหลังจากกลับมาจากโรงเรียน ดินเยื่อกระดาษไม่ต้องพูดถึง ไม่มีเงินซื้อหรอกครับ ผมชอบปั้นตัวละครจากหนังในช่วงนั้นหนังดังๆ มีหลายเรื่องเลย TERMINATOR, PREDATOR, JARASSIC PARK ผมปั้นหมด แต่มันดูตลกๆ ตามประสาเด็กที่เพิ่มเริ่มหัดปั้นโมเดล แต่ก็รู้อะไรหลายอย่างเกี่ยวกับดินเหนียว เช่น สามารถปั้นโมเดลตัวเล็กๆ เก็บไว้ได้โดยที่ดินไม่แตก เพราะความชื้นจะระเหยออกไปพร้อมกันหมดทั้งภายในและผิวหน้าดิน แต่ถ้าปั้นตัวใหญ่นี่แตกแน่นอนเพราะความชื้นภายในจะดันออกมาทางผิวดินที่แห้งก่อน ก็เป็นความรู้ที่ได้มาโดยไม่รู้ตัว แล้วผมก็ได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ จากคอลัมน์ “ไทยเอฟเฟค” ในหนังสือ A-CLUB ที่พี่มดเป็นคนทำ คือ การปั้นโมเดลด้วยดินน้ำมัน ทำพิมพ์ด้วยยางพาราและหล่อด้วยปูนปลาสเตอร์ เมื่ออ่านขั้นตอนอย่างละเอียดแล้วผมจึงไปซื้อวัสดุ อุปกรณ์มาลองทำดู ขั้นตอนการปั้นดินน้ำมันผ่านครับ เพราะปั้นดินเหนียวจนชินแล้ว ต่อมาคือการทำพิมพ์ จำได้ว่ามันทำยากมากๆ ทายางบนดินน้ำมันไม่ค่อยติด แถมกลิ่นยังแรงสุดๆ ทำไมดูในหนังสือมันถึงได้ทำได้ง่ายจัง หลังจากพยายามอยู่นานก็ทายางสำเร็จจนได้ ขั้นตอนต่อมาคือการทำพิมพ์ปูนปลาสเตอร์ครอบยางพาราอีกที แถมยิ่งต้องแบ่งเป็น 2 ซีกอีก เพราะทำชิ้นเดียวจะถอดพิมพ์ไม่ออก เอาเข้าไปทำไมถึงได้ยุ่งยากขนาดนี้ว้า! ผมใช้เวลาในการทำพิมพ์ปูนนานมาก และปรากฏว่าทำไม่สำเร็จครับ เริ่มหงุดหงิดแล้วเลยถอดพิมพ์ยางออกมาซะเลย ต่อมาก็ผสมปูนเพื่อที่จะเทลงพิมพ์ยาง ผมใส่น้ำน้อยกว่าปูนครับ ปูนจึงข้นทำให้เทลงพิมพ์ไม่ทัน ผมเลยเอาน้ำมาใส่ลงไปในชามปูนที่กำลังจะแข็งตัว แล้วบี้ๆ ปูนให้ผสมกับน้ำ ได้ผลครับปูนเหลวกำลังพอดี เทใส่พิมพ์ได้ โดยที่ไม่มีพิมพ์ปูนประคอง ต้องเอามือมาประคองแทน เพราะคิดว่าซัก 5 นาทีปูนคงแข็ง เราก็จะได้เห็นโมเดลที่เราหล่อขึ้นมาเป็นตัวแรกในชีวิตแล้ว เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงไม่มีวี่แววว่าปูนจะแข็งเลย ไหนอ่านในหนังสือบอกว่า 5 นาทีปูนก็แข็งแล้วไง แล้วความอดทนก็หมดลง ทั้งพิมพ์ยางพาราและปูนที่อยู่ในพิมพ์ก็เลยลงไปนอนอยู่ในคลองข้างบ้านเรียบร้อย การหล่อโมเดลครั้งแรกของผมไม่สำเร็จครับ ผมได้เรียนรู้อะไรมากมายจากการทำงานครั้งนั้น และที่สำคัญคือได้รู้ว่าปูนปลาสเตอร์เมื่อใกล้จะเซ็ตตัวแล้วเอาน้ำมาผสมลงไปอีก กว่ามันจะแข็งตัวอีกทีก็เป็นชาติแหละครับ ช่วงแรกผมชอบหนังสือ A-CLUB มากกว่า HOBBY GAME เพราะ HOBBY GAME จะมีโมเดลครึ่งเล่มอีกครึ่งจะเป็นเรื่องของเกมที่ผมไม่ชอบ ต่อมา HOBBY GAME ได้เปลี่ยนเป็น HOBBY MODEL ที่เป็นโมเดลทั้งเล่มทำให้ผมมีใจเอนเอียงมาทาง HOBBY MODEL มากขึ้นแต่ก็ซื้อ A-CLUB ทุกเล่มเช่นกัน ตอนนี้ผมอยากจะลองประกอบลงสีโมเดลแบบในหนังสือบ้างแล้วสิ ทำไงดี เรื่องที่จะซื้อมาทำเลิกคิดได้เลยเพราะแต่ละตัวแพงเหลือเกิน พอดีในหนังสือ HOBBY MODEL มีคอลัมน์ประกวดภาพระบายสี ได้รางวัลตอบแทนเป็นโมเดล ผมก็เลยลองวาดภาพส่งไปประกวดกับเขาบ้าง ภาพแรกที่ส่งประกวดนี่วาดนานมากครับ เสียไปก็หลายภาพ แต่ก็คุ้มค่าเพราะผมได้รางวัลด้วย เลยได้โมเดลเบลดันดี้มาประกอบเล่น 1 ตัว เป็นซอฟท์ไวนิล ชิ้นส่วนเยอะมากแถมยังต้องนำมาต้มเพื่อให้อ่อนตัว และต้องตัดส่วนเกินออกจึงจะประกอบกันได้ ใช้เวลาหลายวันเลยกว่าจะประกอบเสร็จทั้งตัว หลังจากนั้นผมก็ได้โมเดลจากการประกวดภาพระบายสีมาเล่นอีกหลายตัว มีทั้งซอฟท์ไวนิลและเรซิ่น และยังได้ทำความรู้จักกับพี่ๆ HOBBY MODEL หลายคนจากการเดินทางไปรับรางวัลที่สำนักงานของ HOBBY MODEL
ผมเรียน ปวช. โดยเลือกเรียนคณะศิลป์ประยุกต์ (สมัยนี้เปลี่ยนเป็นนิเทศศิลป์) ช่วงนี้เองที่เริ่มปั้นโมเดลจริงจังมากขึ้น เพราะเริ่มมีเงินซื้อดินเยื่อกระดาษแล้ว
จนผมเรียน ปวส. ก็ยังคงเลือกเรียนในคณะนิเทศศิลป์เหมือนเดิม มีการใช้ฝีมือการลงสีในวิชาเรียนมากขึ้น ผมก็เริ่มปั้นโมเดลลงหนังสือ HOBBY MODEL เป็นระยะ และเป็น ฟรีแลนซ์ ปั้นโมเดลและของที่ระลึกไปด้วย ช่วงนี้ผมลองหันมาใช้ขี้ผึ้งปั้นโมเดลดูบ้าง เพราะราคาถูก ได้ปริมาณมาก ปั้นง่าย (เขาว่ากันอย่างนั้น) ช่วงแรกๆ ที่ใช้ก็ดูเข้าท่าดีครับ ขึ้นรูปได้รวดเร็วเพราะต้องรีบทำตอนที่ยังร้อนอยู่ ถ้ามันเย็นเมื่อไหร่ก็ลำบาก
ทำงานที่นี่ได้เกือบ 3 ปี ผมก็ไปเรียนระดับปริญญาตรีต่อในภาค กศบป. ก็ยังเรียนในคณะนิเทศน์ศิลป์อีกนั่นแหละ สรุปว่า ตั้งแต่ประถมจนถึงปริญญาตรี ผมไม่เคยได้เรียนปั้นเลย ถึงแม้เรียน กศบป. นี้จะมีวิชาปั้นดิน แต่ก็ไม่ได้เป็นการเรียนหรอก คือว่า อาจารย์เดินมาสั่งให้ปั้นอย่างนู้นอย่างนี้แล้วก็ไป แถมผมยังปั้นให้เพื่อนอีกเกือบทั้งห้อง
BIOGRAPHY โรงเรียนวัดไทร ถาวรพรหมานุกูล
โรงเรียนวัดราชโอรสาราม
วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา
มหาวิทยาลัยราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง
มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
|